Stock Appraisal Guide (Investing Tools)

posted on 16 Jul 2011 17:05 by jimair13  in Investing-Tools
วิธีในการประเมินมูลค่าสิ่งที่จะลงทุนมีหลายกฎเกณฑ์ บางคนใช้เพียงแนวทางใดแนวทางหนึ่งในการเลือกวิธีลงทุน หากคุณเป็นหนึ่งในประเภทที่ซื้อแล้วหุ้นตก ขายแล้วหุ้นขึ้น แม้ว่าจะผ่านการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานหรือทางเทคนิคมาบ้าง เชื่อเพื่อนบ้าง เชื่อข่าวบ้าง แต่ผลตอบแทนที่ได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย …อาจถึงเวลาแล้วที่คุณจะต้องปรับปรุงทักษะในการประเมินมูลค่าเสียใหม่

ผมรู้สึกหวิวๆที่ช่วงนี้เริ่มมีคนมาถามว่าลงทุนหุ้นตัวไหนดี โบราณว่าไว้หากผู้คนต่างก็เริ่มถามว่าซื้อหุ้นตัวไหนดี เค้าบอกว่าตลาดนั้นเริ่มเป็นช่วงขายทำกำไรมากกว่าซื้อ!!! อย่างไรก็ตามการให้รายชื่อหุ้นไปซื้อ ผมคิดว่าไม่ต่างอะไรกับการให้เงินนัก เพราะก็คงต้องกลับมาขออีกเรื่อยๆ แต่ถ้าเราให้แนวทางในการคัดเลือกหุ้น ผู้ขอน่าจะได้รับประโยชน์มากกว่า เพราะสามารถนำวิธีคิดไปปรับใช้ในคราวต่อๆไปได้ด้วย เอ่อ… อีกอย่างผมไม่เรียกตนเองว่านักลงทุน แต่เป็นบล็อกเกอร์ครับ

ต่อไปนี้คือ 26 Check List ที่คุณสามารถนำไปใช้ในการคัดเลือกหุ้น เพื่อส่งเข้าประกวดในตลาดทุนที่ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ถูกต้อง 100% และขอให้จำข้อความที่จะกล่าวต่อไปนี้

-- อย่างไรก็แล้วแต่ สังเกตข้อเท็จจริงอันมีความสำคัญยิ่งนี้ให้ดี ข้อเท็จจริงที่ว่าก็คือ นักลงทุนพันธุ์แท้แทบไม่เคยถูกบังคับให้ขายหุ้นเลยและสามารถจะละเลยราคาหุ้นในปัจจุบันได้ พวกเขาจำเป็นต้องใส่ใจต่อราคาหุ้นและลงมือทำอะไรบางอย่างก็ต่อเมื่อราคาหุ้นอยู่ในระดับสูงพอจนทำให้พวกเขาอยากจะขายหุ้นออกไปเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ นักลงทุนผู้ปล่อยให้ตัวเองกังวลต่อการลดลงของมูลค่าหุ้นในพอร์ต จะเปลี่ยนข้อได้เปรียบของพวกเขาให้กลายเป็นข้อเสียเปรียบ นักลงทุนทั่วๆไปจะได้ประโยชน์มากกว่า หากหุ้นของพวกเขาไม่มีราคาตลาด เนื่องจากพวกเขาจะไม่ต้องรู้สึกกังวลกับวิจารณญาณที่ผิดพลาดของคนอื่นๆ – (จาก The Intelligent Investor)

13 คำถาม ก่อนคิดตัวเลข!!!
1 หุ้นในดวงใจของคุณถูกจัดอยู่ในกลุ่มไหนระหว่าง หุ้นโตไว หุ้นปันผล หุ้นสาธารณูปโภค หุ้นวัฏจักร หุ้นเก็งกำไร หุ้น Turnaround
: หุ้นโตไวหากผลประกอบการเป็นไปตามเป้าหมาย จะสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างดีเยี่ยม แต่หากหุ้นกลุ่มนี้สร้างผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง ราคาซื้อขายก็จะลงแรงกว่าหุ้นแบบอื่นๆ
: หุ้นที่ให้ปันผลสม่ำเสมอ ราคาซื้อขายจะมีความผันผวนน้อย ส่วนใหญ่ราคาก็มักอิงอยู่กับอัตราการจ่ายเงินปันผล คนที่ลงทุนในกลุ่มนี้จะต้องเข้าใจนิสัยของหุ้น การเก็งกำไรสั้นๆสามารถทำได้ก่อนการประกาศจ่ายเงินปันผล
: หุ้นสาธารณูปโภคมักไม่เป็นที่ต้องการของนักลงทุนแบบมุ่งเน้น เนื่องจากผลการประกอบการคาดเดาได้ไม่ยาก แต่อาจเป็นที่ชื่นชอบของนักลงทุนที่แบกรับความเสี่ยงได้น้อย และยังมีเงินปันผลที่น่าพอใจกว่าการฝากเงินในบัญชีออมทรัพย์
: หุ้นวัฏจักรถือเป็นกลุ่มที่สร้างเนื้อสร้างตัวของนักลงทุนแบบมุ่งเน้นนอกจากหุ้นโตไว แต่อาจไม่เหมาะกับนักลงทุนในระยะยาว (ที่ไม่ค่อยขายทำกำไร) คนที่มีความรู้พิเศษจึงเหมาะกับหุ้นประเภทนี้
: หุ้นเก็งกำไร คุณสามารถพบเห็นได้ทุกตลาดทุกสภาพ ความจริงหุ้นทุกตัวมีนักเก็งกำไรหมด แต่ก็อาจจะมีการปั่นหรือไล่ราคาจนเกินมูลค่าพื้นฐาน ความผิดพลาดส่วนใหญ่เกิดจากการเข้าไปเสี่ยงด้วยความคึกคะนอง
: หุ้น Turnaround เป็นความน่าตื่นเต้นของบรรดาผู้รอบรู้ นักลงทุนแบบมุ่งเน้นมักมีความเข้าใจศักยภาพในการทำกำไรของบริษัทเป็นอย่างดี แต่อาจมีเหตุการณ์พิเศษชั่วคราวที่ส่งผลกระทบต่อผลการประกอบการในรอบบัญชี หุ้นกลุ่มนี้อาจถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกันกับหุ้นวัฏจักรได้

2 คุณทราบหรือไม่ว่าไตรมาสแรกและไตรมาสสุดท้ายมักเป็นช่วงพีคของบริษัทจดทะเบียน
เพราะฉะนั้นช่วงโลว์จะเริ่มต้นจากไตรมาสที่สองหลายบริษัทมีผลการประกอบการที่ลดลงเมื่อเทียบกันไตรมาสต่อไตรมาส ราคาซื้อขายก็อาจปรับตัวลดลงเป็นปกติ ประกอบกับมีหลายบริษัทจ่ายเงินปันผลปีละครั้ง โดยมากจะจ่ายในช่วงเดือน มี.ค. และเดือน เม.ย. ดังนั้นในช่วงไตรมาสที่สองจึงไม่มีปัจจัยพิเศษที่ผลักดันราคาหุ้น บางจังหวะก็อาจพบว่าหุ้นมีการปรับฐานอย่างมากในช่วงนี้ หลายคนก็อาจจะอาศัยช่วงเวลาดังกล่าวในการเก็บหุ้นที่ราคาปรับลงแรงกว่าตลาด

3 ใครคือผู้บริหารของบริษัท ใครคือผู้ถือหุ้นรายใหญ่
ในแวดวงผู้บริหารย่อมเป็นที่ทราบดีกว่าใครมีความสามารถ ใครมีแนวโน้มบริหารบริษัทเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง/ผู้ถือหุ้น ใครสามารถทำได้อย่างที่พูด นอกจากนี้อาจต้องพิจาณาจากรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ว่าเป็นใคร แล้วลองพิจารณาว่าเขามีความคิดเห็นอย่างไร คล้ายกันกับที่เราคิดหรือไม่ บางคนเป็นเซียนหุ้นที่คนทั่วไปรู้จัก ข้อเท็จจริงนี้ก็อาจทำให้บริษัทมีภาษีทางการลงทุนที่ดีกว่า

4 นโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทเป็นอย่างไร
มีหลายท่านประเมินมูลค่าหุ้น หรือตัดสินใจลงทุนด้วยการพิจารณาการจ่ายเงินปันผลในอดีต ว่ามีการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอหรือไม่ บริษัทที่มีการจ่ายเงินปันผลสูงขึ้นโดยเฉลี่ยทุกๆปี ราคาหุ้นก็น่าจะปรับสูงขึ้นทุกๆปีเช่นเดียวกัน และมีความผันผวนของราคาน้อยกว่าบริษัทที่ไม่จ่ายเงินปันผล นอกจากนี้ยังอาจมองได้ว่าบริษัทมีการเจริญเติบโต สามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างสม่ำเสมอ จึงมีการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง

5 รายได้หลักของบริษัทมาจากไหน รายได้ส่วนใหญ่มาจากการนำเข้าหรือการส่งออก
: หากตรวจสอบจากงบการเงินเฉพาะกิจการ ก็จะทราบได้ว่าบริษัทสามารถสร้างรายได้จากธุรกิจหลักได้เป็นจำนวนมากน้อยแค่ไหน บางบริษัทมีรายได้พิเศษที่มิได้มาจากธุรกิจหลัก จุดนี้อาจเป็นข้อผิดพลาดของนักลงทุนที่ชอบใช้ EPS คูณกับจำนวนไตรมาสไปตรงๆ เพื่อคำนวณราคาพื้นฐาน
: ก่อนหน้านี้มีการลอยตัวค่าเงิน ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือธุรกิจที่ใช้สกุลเงินดอลล่าร์ โดยปกติก็คือธุรกิจนำเข้า ซึ่งจะต้องนำเงินบาทไปซื้อดอลล่าร์ กลับกันการที่เงินบาทอ่อนจะส่งผลดีกับธุรกิจส่งออก ทีนี้ลองเข้าไปศึกษาลักษณะการหารายได้ของบริษัท ว่ารายได้หลักมาจากการขายในประเทศหรือการส่งออก หากภาวะเศรษฐกิจและค่าเงินผันผวน ก็อาจส่งผลกระทบต่อการควบคุมต้นทุนของบริษัทได้ ผู้บริหารก็อาจนำเหตุผลนี้มาใช้อธิบายประกอบกรณีผลการประกอบการไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

6 บริษัทมีหนี้สินมากเกินไปหรือไม่ ตัวเลขกำไร (ขาดทุน) สะสมเป็นอย่างไร
นักลงทุนทุกคนต้องการลงทุนในบริษัทที่สร้างผลกำไรได้ต่อเนื่องยาวนาน การมีกำไรสะสมมากๆ บริษัทก็อาจนำเงินส่วนนี้มาจ่ายเป็นเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของนักลงทุนนักแล

7 ใครคือคู่แข่งของบริษัท บริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาดอย่างไร
: คู่แข่งของบริษัทคือใคร บางอุตสาหกรรมมีการแข่งขันกันทั้งส่วนแบ่งทางการตลาด ราคา และเทคโนโลยี ในบางครั้งเราก็จะพบว่าการแข่งขันนั้นดุเดือดจนอาจส่งผลกระทบต่อความอยู่รอดของบริษัท ซึ่งก็จะทำให้มีบริษัทเล็กๆไม่สามารถอยู่รอดในตลาดที่มีการแข่งขันสูงได้
: ตำราบางเล่มมักแนะนำให้นักลงทุนแบบอนุรักษ์นิยม เลือกลงทุนแต่เฉพาะบริษัทขนาดใหญ่เท่านั้น โดยปกติบริษัทขนาดใหญ่ก็มักจะมีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับหนึ่ง มีความได้เปรียบเรื่อง Economy of Scale ซึ่งจะทำให้มีอำนาจต่อรองมากกว่าบริษัทขนาดเล็ก ราคาหุ้นก็มักจะมีความเสถียรสูงกว่า

8 แนวโน้มทางด้านอุตสาหกรรมเป็นอย่างไร
มีการทำ Research แนวโน้มของอุตสาหกรรมมากมายให้อ่าน บางคนที่ทำธุรกิจก็อาจทราบดีว่าอุตสาหกรรมใดเป็นช่วงขาขึ้น โดยหากเราเลือกอุตสาหกรรมที่กำลังได้รับความนิยม การทำกำไรก็มีโอกาสที่จะไม่ต้องรอนาน นักลงทุนที่เน้นหุ้นวัฏจักรและหุ้น Turnaround สามารถที่จะใช้ประโยชน์จากข้อนี้ได้

9 สินค้าและบริการสามารถแข่งขันราคาได้เอง หรือถูกควบคุมราคา เป็นสินค้าจำเป็นหรือสามารถทดแทนได้ ยอดขายเป็นอย่างไร
ความจริงข้อนี้สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าข้ออื่นๆเลย เพียงแต่บางอย่างเราไม่รู้ บางอย่างคาดเดาได้ยากเช่น ยอดขาย ซึ่งมีผลโดยตรงต่อเป้าหมาย (รายได้) และสะท้อนออกมายังราคาหุ้น… โดยในระยะหลังๆมานี้ สินค้าและบริการบางอย่างหน่วยงานของรัฐเริ่มปล่อยให้มีการแข่งขันทางด้านราคาได้ มีการควบคุมน้อยลง และจะมีการแทรกแซงราคาบ้างในบางโอกาส แต่สำหรับสินค้าที่เป็นส่วนประกอบของต้นทุนในหลายๆอุตสาหกรรมที่ภาครัฐยังคงมีการควบคุม ช่องทางในการเพิ่มขนาดของรายได้ของบริษัท ก็ต้องพัฒนาไปเป็นรูปแบบอื่นๆ อย่างเช่นการแปรรูปสินค้า สร้างแบรนด์ของตนเอง ตลอดจนปรับปรุงบรรจุภัณฑ์หรือรูปแบบของหีบห่อให้ดูสวยงาม น่าใช้ เป็นต้น

10 หมายเหตุประกอบงบการเงินเป็นอย่างไร บริษัทมีความเสี่ยงทางกฎหมายหรือไม่
: ระเบิดเวลาทางบัญชีมักจะแฝงไว้ในงบการเงิน ผู้สอบบัญชีถือได้ว่ามีส่วนในการช่วยกรองและสรุปข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญทางการเงินของบริษัท ความผิดปกติในงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีไม่สามารถชี้แจงรายละเอียด หรือตั้งข้อสงสัยอาจเป็นความไม่ปกติและทำให้งบการเงินถูกมองในแง่ลบในสายตาของนักลงทุนได้
: นอกจากนี้แบบ 56-1 ยังมีส่วนของข้อพิพาททางกฎหมาย โดยผลกระทบอาจส่งผลให้บริษัทต้องตกเป็นจำเลยในศาลและจะต้องชดใช้ค่าเสียหาย หนักหน่อยก็อาจทำให้บริษัทตกเป็นนิติบุคคลที่ศาลมีคำสั่งให้ล้มละลายได้

11 อะไรคือความเสี่ยงของบริษัท
ปกติบริษัทจะมีการสรุปหัวข้อความเสี่ยงไว้ในแบบ 56-1 หากเรามีความเข้าใจความเสี่ยงของบริษัทที่เราลงทุนเป็นอย่างดี ในบางครั้งเมื่อเกิดลักษณะของ Panic Sale อย่างหนึ่งอย่างใดที่ไม่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการหารายได้ของบริษัท เราอาจเรียกการขายเหล่านี้ทำให้ “มีส่วนลด” หรือ Margin of Safety ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนอย่างแท้จริง

12 บริษัทมีเป้าหมายอย่างไรในอีก 5 ปีข้างหน้า
แม้แต่บริษัทก็ยังต้องมีเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายระยะสั้น กลาง หรือในระยะยาว ไม่ต่างไปจากคนเท่าไหร่นัก ลองเปรียบดูว่าหากคุณใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อย ปล่อยให้โชคชะตาพาไป หาแก่นแท้ไม่ได้ เสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามก็จะลดลง การมีเป้าหมายจะเป็นตัวกระตุ้นหนึ่งที่ทำให้บริษัทมีการขับเคลื่อนไปข้างหน้า ไม่ใช่ย่ำอยู่กับที่ เพราะธุรกิจที่หยุดอยู่กับที่โดยไม่มีการพัฒนาต่อยอด ในท้ายที่สุดก็จะไม่ได้รับความนิยม หรืออาจกลายเป็นธุรกิจธรรมดาๆทั่วไปที่ไม่ค่อยมีใครต้องการลงทุนด้วย

13 ทำไมคุณจึงชอบบริษัทนี้
เวลาคนจ่ายเงินซื้อ อย่างน้อยๆต้องมีเหตุผลที่จะซื้อ หากคุณไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าทำไมคุณจึงชอบบริษัทนี้ คุณก็ไม่ควรจะเข้าไปยุ่งกับมันเสียจะดีกว่า

13 ข้อ ควรระวังก่อนตัดสินใจซื้อ!!!
1 คุณมีการเฉลี่ยตัวเลข EPS ย้อนหลังแล้วหรือไม่
มีหลายท่านนำเอา EPS ในปีที่บริษัทสามารถสร้างผลกำไรได้เหนือความคาดหมายไปคำนวณราคาหุ้น เขาก็จะได้ราคาหุ้นที่เหนือกว่ามาตรฐาน ซึ่งบางคนก็บอกว่าแพง และถ้ามันแพงจริงๆเมื่อพิจารณาจากปัจจัยต่างๆแล้วหละก็ โอกาสในการทำกำไรย่อมมีน้อยลงเป็นเรื่องธรรมดา จนอาจถึงขั้นขาดทุนเลยก็มี

2 คุณติดนิสัยไล่ซื้อหุ้นที่ราคาปรับขึ้นมาแล้วใช่หรือไม่
หากคุณเป็นพวกกลัวการตกรถ ข้อให้คุณท่องจำไว้ให้ขึ้นใจว่ายิ่งคุณไล่ราคาสูงขึ้นมากเท่าไร กำไรของคุณยิ่งน้อยลงมากขึ้นเท่านั้น มีความผิดหวังมากมายที่เกิดจากการไล่ซื้อเมื่อราคาพุ่งขึ้น อย่างไรก็ตามอาจเป็นข้อยกเว้นหากมูลค่าที่แท้จริงนั้นต่ำกว่าราคาตลาดมาก (เมื่อผ่านการพิจารณาโดยละเอียดถี่ถ้วนแล้ว)

3 บริษัทกำลังเพิ่มทุนอยู่หรือไม่
ยังมีนักลงทุนบางคนคิดว่าการแตกพาร์กับการเพิ่มทุนจะทำให้เขาร่ำรวยมากยิ่งขึ้น เหตุผลในการเพิ่มทุนอาจมีได้หลายเหตุผล ส่วนใหญ่เกิดจากการที่บริษัทตัดสินใจขยายกิจการเป็นหลัก ซึ่งอาจเป็นข้อดี แต่แน่นอนว่าในอนาคตจำนวนหุ้นจะต้องเพิ่มขึ้น เมื่อจำนวนหุ้นเพิ่มมากขึ้นก็จะทำให้ตัวหารมากขึ้นด้วย โดยปกติก็จะทำให้ราคาหุ้นลดลง อย่างไรก็ตามอาจมีกรณีที่บริษัทต้องการใช้เงินเร่งด่วน หรือขาดสภาพคล่อง และไม่ได้นำมาใช้เพื่อขยายกิจการ แต่นำมาใช้ในการชำระหนี้ ซึ่งเหตุผลอย่างหลังอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้

4 ผู้บริหารกำลังขายหุ้นอยู่หรือไม่
ในอุดมคติของนักลงทุน ผู้บริหารจะต้องบริหารบริษัทเพื่อให้มีผลการประกอบการที่ดี มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามทุกวันนี้ยังมีผู้บริหารที่เป็นทั้งนักบริหารและนักเล่นหุ้น นักลงทุนสามารถตรวจสอบการซื้อขายหุ้น การให้สิทธิ Stock Option ของผู้บริหาร เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาไม่ได้บริหารกิจการเพื่อตัวของเขาเอง และถ้าหุ้นของบริษัทดีจริง เหตุผลใดที่ผู้บริหารเหล่านั้นยังคงขายหุ้นออกอย่างต่อเนื่อง …นักลงทุนเองก็ควรจะต้องทำเช่นนั้นด้วยเหมือนกันมิใช่หรือ

5 เหตุใดจึงจะต้องซื้อที่ P/E เกิน 10 เท่า
เราจะพบว่าหุ้นโตไวและหุ้นวัฎจักรในหลายๆตัว นักลงทุนส่วนใหญ่ให้มูลค่ากันที่ P/E สูงๆ เพราะราคาในปัจจุบันถูกมองว่ายังถูกเมื่อเทียบกับความสามารถในการทำกำไรในอนาคต หุ้นที่ให้ปันผลสูงก็เช่นเดียวกัน แต่หากหุ้นที่คุณกำลังจะลงทุนไม่มีเรื่องราวของการเติบโต หรือมีแต่จะแย่ลง การซื้อขายที่ P/E สูงๆดูจะไม่สมเหตุสมผลนัก

6 ทำไม P/BV จึงต่ำ
หลายคนอาจแปลกใจว่าทำไมหุ้นบางตัวจึงมีการซื้อขายที่ต่ำกว่า Book Value มาก… เป็นที่เข้าใจว่าหากคุณซื้อหุ้นได้ที่ P/BV ต่ำกว่า 1 ก็เท่ากับว่าคุณลงทุนได้ถูกกว่าเจ้าของ แต่หุ้นบางตัวก็ถูกเรื้อรังมานาน ด้วยในหลายๆเหตุผลเช่น ธรรมาภิบาลของบริษัทไม่ดี ผู้บริหารทำไม่ได้อย่างที่พูด ผลการประกอบการของบริษัททรงตัวมาเป็นระยะเวลานาน ธุรกิจไม่มีเรื่องราวที่น่าสนใจหรือเป็นภาคธุรกิจเก่า เป็นหุ่นที่ไม่มีสภาพคล่อง ราคาที่ซื้อขายไม่มีการเคลื่อนไหว หรือเป็นบริษัทที่ไม่ค่อยจ่ายเงินปันผล หลายๆเหตุผลที่มารวมกันก็อาจทำให้หุ้นดังกล่าวไม่เป็นที่นิยมของนักลงทุน

7 สภาพเศรษฐกิจเป็นอย่างไร
นักลงทุนผู้มากประสบการณ์แนะนำว่าถ้าหุ้นมันถูกก็ซื้อเลย อย่างไรก็ตามหากได้พิจารณาถึงสภาพเศรษฐกิจ ก็จะสามารถทำให้เราทราบได้กว่ามีของถูกกว่านี้อีก สมัยปัจจุบันเทคโนโลยีการสื่อสารเจริญก้าวหน้าไปมาก บางช่วงบางจังหวะทำให้เกิดการเรียนรู้ว่าการนำสภาพเศรษฐกิจมาพิจารณาประกอบด้วย สามารถช่วยให้นักลงทุนกำหนดจังหวะการเข้าซื้อได้ด้วยต้นทุนที่ “ถูกกว่านี้อีก”

8 มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่
เป็นประสบการณ์เฉพาะของแต่ละประเทศ โดยเฉพาะประเทศไทยยังมีหุ้นอิงกับการเมืองอยู่ ปัญหาการคอรัปปั่นจึงเป็นสิ่งที่หาได้ไม่ยากสำหรับการเมืองไทย

9 หากหุ้นตก คุณยินดีที่จะลงทุนเพิ่มใช่ไหม
หากหุ้นตก ที่ปรึกษาของคุณแนะนำให้ “ขาย” อยู่ตลอด คุณก็ไม่ควรใช้ที่ปรึกษาผู้นั้น

10 มีประสบการณ์แย่ๆของนักลงทุนพูดเกี่ยวกับบริษัทหรือไม่
การตลาดแบบปากต่อปากยังถือว่าเป็นสิ่งที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ไม่แพ้ Feedback ที่สามารถหาได้จากเว็ปไซต์ทั่วๆไป

11 เป็นวัฏจักรขาขึ้นหรือขาลงของธุรกิจ
ขาขึ้น ลงทุนอย่างไรก็ได้ ขาลง ลงทุนมีแต่จะเจ๊งกับเจ๊ง

12 ROA, ROE ไม่ต่ำกว่า 10% ใช่ไหม
เกิน 10% ไว้ก่อนดูดีมีราศี

13 คุณทำงานในบริษัทที่คุณจะลงทุนหรือไม่
ป้องกัน Home Bias นั่นเอง

ก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง ควรสร้างเป็น Watch List ขึ้นมากับหุ้นในอุตสาหกรรมเดียวกันตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป การหาคำตอบจากคำถามทั้ง 26 ข้อ (หลายท่านอาจมีมากกว่านั้น) มีอยู่ในเว็ปไซต์ ข้อมูลวิเคราะห์ของโบรกเกอร์ จากการสอบถามผู้บริหาร จากการประชุมผู้ถือหุ้น จากฝ่าย IR Google Bloomberg และความรู้สึกของคุณเอง ฯลฯ ซึ่งต้องไม่ลืมว่าบรรดากูรูหุ้นทั้งหลายมักไม่ได้บอกสิ่งที่พวกเขาคิดไว้ทั้งหมด การตัดสินใจควรอยู่บนพื้นฐานจากประสบการณ์ของตนเองมากกว่าคำบอกเล่าของบุคคลที่สาม และหากทั้ง 26 ข้อมีมุมมองเชิงบวกทั้งหมด หุ้นตัวนั้นก็น่าจะเป็นที่ต้องการของนักลงทุนครับ…

Nobody plan to fail but they fail because they don’t plan.
กุศล บัวใหญ่ 081-4310257, 080-6344447
MSN : jimair13_@hotmail.com
BB : 222AEB77

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Hot! Hot! Hot!เยี่ยมครับ ขอบคุณครับ.

#1 By Investment Diary on 2011-07-18 00:45

ขอบคุณครับ หวังว่าบทความคงช่วยให้ได้ไอเดียทางการลงทุนนะครับ ^___^

#2 By Kusoll Buayai on 2011-07-18 21:06